
Ryanair เผยรายงานรุนแรงต่อตัวให้บริการควบคุมการบินของฝรั่งเศส (DSNA) โดยประเมินว่าค่าใช้จ่ายเกินกว่า 1,700 ล้านยูโรที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนจากปัญหาคอขวดในอากาศเหนือฝรั่งเศส ส่งผลกระทบต่อสายการบินที่บินไป-กลับสเปน สายการบินราคาประหยัดนี้ชี้ว่าเส้นทางบินส่วนใหญ่จากสเปนไปยังยุโรปเหนือต้องผ่านน่านฟ้าฝรั่งเศส และเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ขัดข้องทางเทคนิค ขาดแคลนบุคลากร หรือการนัดหยุดงาน ล้วนทำให้ผู้โดยสารต้องรอนานที่สนามบินมาดริด-บาราฮัส, บาร์เซโลนา-เอลปราท, มาลากา หรือปัลมา ตามการคำนวณของบริษัท ความล่าช้าเฉลี่ย 2-3 ชั่วโมงในช่วงวันหยุดยาวแรก ทำให้ต้องจัดการเปลี่ยนทีมงาน จ่ายค่าน้ำมันเพิ่ม และเสียค่าธรรมเนียมจอดเครื่องบินเพิ่ม ส่งผลให้ราคาตั๋วแพงขึ้นและกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวสเปน โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจและเที่ยวบินระยะไกลที่ต้องการความตรงต่อเวลา Ryanair เรียกร้องให้รัฐบาลฝรั่งเศสกำหนดบริการขั้นต่ำในการควบคุมการบินเหมือนกับสเปน และวิจารณ์คณะกรรมาธิการยุโรปที่ปล่อยให้ปัญหานี้เกิดซ้ำทุกฤดูกาล ขณะเดียวกัน แนะนำผู้โดยสารหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีคนใช้บริการหนาแน่นหรือวันที่มีการนัดหยุดงาน และเก็บเอกสารเพื่อเรียกร้องค่าชดเชยหากล่าช้าเกิน 3 ชั่วโมง แม้สายการบินมักอ้างว่าปัญหาการควบคุมการบินเป็น “สถานการณ์พิเศษ” สำหรับบริษัทที่มีพนักงานนานาชาติ ความล่าช้าที่เกิดซ้ำเสี่ยงต่อการพลาดประชุม ปิดดีล และการขนส่งชิ้นส่วนสำคัญ ฝ่ายวางแผนการเดินทางเริ่มมองหาเส้นทางบินทางเลือกผ่านเยอรมนีหรืออิตาลี แม้จะใช้เวลาบินนานขึ้น แต่ถือเป็น “ราคาที่มั่นคง” เมื่อเทียบกับความไม่แน่นอนของฝรั่งเศส นี่คือกรณีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการควบคุมการบินของประเทศเพื่อนบ้านสามารถส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของระบบเดินทางธุรกิจในสเปนได้อย่างไร
แหล่งที่มา: Qué! Diario