
อุตสาหกรรมดูแลผู้สูงอายุของออสเตรเลียเตือนว่าการวางแผนทางการเมืองเพื่อลดจำนวนผู้อพยพโดยรวม อาจทำให้ภาคส่วนที่ขาดแคลนแรงงานอย่างเรื้อรังเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 สถานี ABC รายงานว่าองค์กรชั้นนำ Ageing Australia และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ CEDA ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลกลางให้สร้างวีซ่าทักษะจำเป็น (Essential Skills) ที่แยกออกจากโควตาการย้ายถิ่นประจำปี และเปิดทางให้ผู้ดูแลที่ได้รับค่าจ้างต่ำมีเส้นทางที่มั่นคงในการเข้าประเทศออสเตรเลีย
ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในขณะที่พรรคการเมืองใหญ่สามพรรคแข่งขันกันลดจำนวนผู้อพยพสุทธิ: พรรคโคอะลิชันต้องการจำกัดไว้ที่ 100,000 คนในสองปี, พรรคแรงงานเสนอ 225,000 คนต่อปีตั้งแต่ปี 2027-28 และพรรค One Nation เรียกร้องให้มีการย้ายถิ่นสุทธิติดลบเป็นเวลาสามปี
บ้านพักผู้สูงอายุพึ่งพาแรงงานผู้อพยพอย่างมาก เช่นที่ Uniting Wontama ในเมือง Orange มีแรงงานต่างชาติถึง 51% จากประเทศเนปาล อินเดีย เคนยา และฟิลิปปินส์ ผู้ให้บริการระบุว่าต้องการแรงงานดูแลอีก 110,000 คนภายในปี 2030 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในระบบปัจจุบัน นายจ้างสามารถสนับสนุนผู้ดูแลผ่านข้อตกลงแรงงานในอุตสาหกรรมดูแลผู้สูงอายุ (Aged Care Industry Labour Agreement) แต่ Ageing Australia และ CEDA เห็นว่าทางเลือกนี้เป็น “ระบบที่ไม่ต่อเนื่องและไม่น่าเชื่อถือ” Melinda Cilento ซีอีโอของ CEDA กล่าวกับ ABC ว่าการลดจำนวนผู้อพยพชั่วคราวอย่างรุนแรงอาจก่อให้เกิด “ผลกระทบที่ไม่คาดคิด” หากนโยบายไม่แยกข้อยกเว้นสำหรับภาคส่วนที่สำคัญ
วีซ่าทักษะจำเป็นที่เสนอจะครอบคลุมแรงงานดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ ผู้ช่วยดูแลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่สนับสนุนพยาบาล ซึ่งเป็นอาชีพที่มักไม่ผ่านเกณฑ์เงินเดือนสูงที่ใช้ในระบบย้ายถิ่นทั่วไป ดร.คริส ไรท์ ผู้เชี่ยวชาญตลาดแรงงานจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าวว่าเศรษฐกิจดูแลเป็น “หัวใจสำคัญ” ของแรงงานในอนาคตของออสเตรเลีย และควรมีวีซ่าเฉพาะที่เทียบเท่ากับโครงการแรงงานเกษตรกรรมและแรงงานจากหมู่เกาะแปซิฟิก หากไม่มีวีซ่านี้ ผู้ให้บริการอาจต้องปิดเตียงผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องรอรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น
กระทรวงกิจการภายในระบุว่าอาชีพในภาคดูแลผู้สูงอายุได้รับการเร่งดำเนินการวีซ่าแล้ว ขณะที่พรรคโคอะลิชันยืนยันว่านโยบายของตนจะนำแรงงานเข้าสู่หมวดทักษะที่มีอยู่ แต่ผู้ให้บริการโต้แย้งว่าเวลาการดำเนินการวีซ่าและค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนนายจ้างทำให้สถานพยาบาลขนาดเล็กในพื้นที่ชนบทลังเล
ผู้นำอุตสาหกรรมจึงเร่งรัฐบาลให้เร่งกระบวนการปรึกษาหารือ เพื่อให้วีซ่าทักษะจำเป็นนี้เปิดใช้ได้ก่อนงบประมาณรัฐบาลกลางปีหน้า และป้องกันปัญหาขาดแคลนแรงงานที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายปี 2027
ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในขณะที่พรรคการเมืองใหญ่สามพรรคแข่งขันกันลดจำนวนผู้อพยพสุทธิ: พรรคโคอะลิชันต้องการจำกัดไว้ที่ 100,000 คนในสองปี, พรรคแรงงานเสนอ 225,000 คนต่อปีตั้งแต่ปี 2027-28 และพรรค One Nation เรียกร้องให้มีการย้ายถิ่นสุทธิติดลบเป็นเวลาสามปี
บ้านพักผู้สูงอายุพึ่งพาแรงงานผู้อพยพอย่างมาก เช่นที่ Uniting Wontama ในเมือง Orange มีแรงงานต่างชาติถึง 51% จากประเทศเนปาล อินเดีย เคนยา และฟิลิปปินส์ ผู้ให้บริการระบุว่าต้องการแรงงานดูแลอีก 110,000 คนภายในปี 2030 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในระบบปัจจุบัน นายจ้างสามารถสนับสนุนผู้ดูแลผ่านข้อตกลงแรงงานในอุตสาหกรรมดูแลผู้สูงอายุ (Aged Care Industry Labour Agreement) แต่ Ageing Australia และ CEDA เห็นว่าทางเลือกนี้เป็น “ระบบที่ไม่ต่อเนื่องและไม่น่าเชื่อถือ” Melinda Cilento ซีอีโอของ CEDA กล่าวกับ ABC ว่าการลดจำนวนผู้อพยพชั่วคราวอย่างรุนแรงอาจก่อให้เกิด “ผลกระทบที่ไม่คาดคิด” หากนโยบายไม่แยกข้อยกเว้นสำหรับภาคส่วนที่สำคัญ
วีซ่าทักษะจำเป็นที่เสนอจะครอบคลุมแรงงานดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการ ผู้ช่วยดูแลส่วนบุคคล และเจ้าหน้าที่สนับสนุนพยาบาล ซึ่งเป็นอาชีพที่มักไม่ผ่านเกณฑ์เงินเดือนสูงที่ใช้ในระบบย้ายถิ่นทั่วไป ดร.คริส ไรท์ ผู้เชี่ยวชาญตลาดแรงงานจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ กล่าวว่าเศรษฐกิจดูแลเป็น “หัวใจสำคัญ” ของแรงงานในอนาคตของออสเตรเลีย และควรมีวีซ่าเฉพาะที่เทียบเท่ากับโครงการแรงงานเกษตรกรรมและแรงงานจากหมู่เกาะแปซิฟิก หากไม่มีวีซ่านี้ ผู้ให้บริการอาจต้องปิดเตียงผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องรอรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น
กระทรวงกิจการภายในระบุว่าอาชีพในภาคดูแลผู้สูงอายุได้รับการเร่งดำเนินการวีซ่าแล้ว ขณะที่พรรคโคอะลิชันยืนยันว่านโยบายของตนจะนำแรงงานเข้าสู่หมวดทักษะที่มีอยู่ แต่ผู้ให้บริการโต้แย้งว่าเวลาการดำเนินการวีซ่าและค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนนายจ้างทำให้สถานพยาบาลขนาดเล็กในพื้นที่ชนบทลังเล
ผู้นำอุตสาหกรรมจึงเร่งรัฐบาลให้เร่งกระบวนการปรึกษาหารือ เพื่อให้วีซ่าทักษะจำเป็นนี้เปิดใช้ได้ก่อนงบประมาณรัฐบาลกลางปีหน้า และป้องกันปัญหาขาดแคลนแรงงานที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายปี 2027
แหล่งที่มา: ABC News