
วิกฤตขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินทั่วโลกที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซเริ่มส่งผลกระทบต่อการเชื่อมต่อทางอากาศของไอร์แลนด์แล้ว สายการบินลุฟท์ฮันซาได้ยกเลิกเที่ยวบินระยะสั้นกว่า 20,000 เที่ยว รวมถึงเส้นทางแฟรงก์เฟิร์ต–คอร์ก ขณะที่แอร์ลิงกัสได้ปรับลดตารางบินช่วงฤดูร้อนสูงสุดลง 2% ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารประมาณ 23,000 คนใน 430 เที่ยวบิน นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีการลดเที่ยวบินเพิ่มเติม เนื่องจากสายการบินพยายามควบคุมต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น นักธุรกิจสายการบินชาวไอริช อูลิก แมคเอวาดดี้ เปรียบสถานการณ์นี้เหมือน “การปิดเมืองช้าๆ แบบโควิด” และคาดว่าจะเกิดความวุ่นวายเป็นเดือนหากการขนส่งน้ำมันจากอ่าวยังถูกปิดกั้น สายการบินยุโรปได้ทำประกันราคาน้ำมันล่วงหน้าประมาณ 60% สำหรับความต้องการในปี 2026 แต่ไรอันแอร์ที่ทำประกันไว้ 80% ยังเสี่ยงในเส้นทางรอง แหล่งข่าวในวงการเผยว่ายักษ์ใหญ่สายการบินต้นทุนต่ำกำลังพิจารณาปรับเส้นทางเมืองรอง เช่น ดับลิน–ทรีเอสเต และแชนนอน–แมนเชสเตอร์ วิกฤตนี้ยังส่งผลให้งบประมาณการเดินทางธุรกิจพุ่งสูงขึ้น แอร์ฟรานซ์ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 50-200 ยูโรต่อบัตรโดยสาร ส่วนสายการบินใหญ่ของสหรัฐฯ ระบุว่าจะส่งต่อค่าใช้จ่ายส่วนเกิน 70-80% ให้กับลูกค้าภายในไตรมาส 3 บริษัทในดับลินที่มีทีมงานโครงการในภูมิภาคกำลังพิจารณาเปลี่ยนไปใช้รถไฟสำหรับการเดินทางในยุโรปแผ่นดินใหญ่ และทบทวนนโยบายประชุมออนไลน์ที่เคยใช้ในช่วงโควิด ผู้บริหารสนามบินต้องเผชิญผลกระทบต่อเนื่อง สนามบินดับลินซึ่งพึ่งพาปริมาณการเคลื่อนย้ายเครื่องบินสูงเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายท่าเทียบเครื่องบินใหม่ เตือนว่าการลดกำลังการบินระยะยาวอาจทำให้แผนลงทุน 1 พันล้านยูโรล่าช้า ขณะที่สนามบินแชนนอนที่พยายามดึงสายการบินสหรัฐฯ รายที่สองในฤดูหนาวนี้ก็เสี่ยงเช่นกันเนื่องจากกำไรเส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกลดลง ขั้นตอนปฏิบัติ: ผู้จัดการด้านการเดินทางควรล็อกอัตราค่าโดยสารไตรมาส 3 ทันทีหากเป็นไปได้ เตรียมแผนสำรองสำหรับการเปลี่ยนเส้นทางผ่านลอนดอนหรืออัมสเตอร์ดัม และแนะนำให้พนักงานเลือกตั๋วที่คืนเงินได้เต็มจำนวนจนกว่าสถานการณ์ความจุในตลาดจะเสถียร
แหล่งที่มา: The Irish Times