
สายการบินสัญชาติสวิส Swiss International Air Lines (SWISS) แจ้งผู้โดยสารและลูกค้าธุรกิจว่า ตั้งเป้าจะให้บริการเที่ยวบินตรงเวลาขั้นต่ำ 65% ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ตัวเลขนี้เปิดเผยในบันทึกภายในและได้รับการยืนยันกับ The Local เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม โดยสายการบินระบุว่าเป็นผลจาก “แรงกดดันภายนอก” เช่น ภัยพายุ การจราจรทางอากาศที่ติดขัดเหนือเยอรมนีและฝรั่งเศส รวมถึงการปรับตัวกับเทคโนโลยีชายแดนเชงเก้นใหม่ๆ โอลิเวอร์ บุชโฮเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ระบุว่าสายการบินได้เตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นด้วยการเช่าเครื่องบิน Airbus A321neo เพิ่มอีก 2 ลำ เช่าเครื่องบินจาก Helvetic Airways และปรับตารางลูกเรือเพื่อเพิ่มเวลาพักบนพื้น อย่างไรก็ตาม เป้าหมายนี้ยังต่ำกว่าระดับความตรงเวลาระหว่าง 85-90% ที่การรถไฟสวิส (SBB) ทำได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นจุดที่นักวิจารณ์ไม่พลาดที่จะเปรียบเทียบ สำหรับผู้จัดการเดินทางธุรกิจ การประกาศนี้เป็นทั้งคำเตือนและโอกาส บริษัทจัดการเดินทาง CWT Switzerland แนะนำให้ลูกค้าธุรกิจเผื่อเวลาประชุมเพิ่มอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเมื่อบินตรงภายในยุโรป และควรเลือกเที่ยวบินเช้า ซึ่งสถิติแสดงว่าน้อยครั้งที่จะได้รับผลกระทบจากความล่าช้าต่อเนื่อง บางบริษัทเริ่มกลับมาใช้การเดินทางแบบผสมผสานรถไฟและเครื่องบิน เช่น นั่งรถไฟช่วงบ่ายจากซูริกไปแฟรงก์เฟิร์ตในวันก่อนประชุมเช้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการพลาดต่อเครื่องในช่วงพายุตอนเย็น SWISS ยืนยันว่าเป้าหมาย 65% เป็นไปได้จริงภายใต้ข้อจำกัดของอุตสาหกรรม โดยอ้างข้อมูลจาก Eurocontrol ที่แสดงว่าการลดความจุเส้นทางบินและสภาพอากาศเป็นสาเหตุของความล่าช้า 52% ของเที่ยวบินสวิสในฤดูร้อนปี 2025 “เราต้องการตั้งเป้าหมายที่ทำได้และทำได้ดีกว่า มากกว่าจะสัญญา 80% แล้วทำให้ผิดหวัง” บุชโฮเฟอร์กล่าว กลุ่มผู้โดยสารชื่นชมความโปร่งใส แต่เรียกร้องให้มีมาตรการเพิ่มเติม ปีเตอร์ เกอร์เบอร์ หัวหน้าสมาคมผู้บริโภค Flug-Fair เสนอให้ SWISS เผยแพร่สาเหตุความล่าช้าแบบเรียลไทม์ และพัฒนาระบบ ‘smart rebooking’ ให้ผู้โดยสารเห็นตัวเลือกทางรถไฟและเที่ยวบินร่วมโค้ดแชร์ทันทีหลังยกเลิกเที่ยวบิน ด้วยงบประมาณเดินทางธุรกิจที่เข้มงวด ประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้โดยสารระดับพรีเมียมยังคงภักดีต่อสายการบินนี้
แหล่งที่มา: The Local Switzerland