
สายการบินประจำชาติเยอรมนี Lufthansa ประกาศเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมว่าจะลงทุนกว่า 70 ล้านยูโรในปีนี้เพื่อปรับปรุงบริการบนเครื่องบินในเที่ยวบินระยะไกล ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า ‘FOX – Future Onboard Experience’ โครงการนี้ครอบคลุมตั้งแต่เมนูใหม่ การเพิ่มตัวเลือกเครื่องดื่ม ไปจนถึงการออกแบบภาชนะและชุดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมในทุกชั้นโดยสาร ซีอีโอ Jens Ritter มองว่าการลงทุนนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาฐานลูกค้าระดับพรีเมียมในช่วงที่สายการบินเผชิญกับการนัดหยุดงานของนักบินและลูกเรือซ้ำๆ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และการแข่งขันที่รุนแรงจากสายการบินในอ่าวเปอร์เซียและเอเชีย ตัวอย่างเช่น ผู้โดยสารชั้นธุรกิจจะสามารถสั่งอาหารมื้อที่สองได้ตามต้องการ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริหารที่มีเวลาจำกัดในเที่ยวบินข้ามทิศตะวันออก-ตะวันตกในช่วงกลางคืน ผู้โดยสารชั้นประหยัดในเที่ยวบินที่ใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมงจะได้รับตัวเลือกอาหารร้อนหลัก 3 เมนูแทน 2 เมนู พร้อมชุดอุปกรณ์สำหรับการนอนที่ได้รับการปรับปรุง การประกาศครั้งนี้มีความสำคัญต่องบประมาณการเดินทางทั่วโลก ผู้จัดซื้อเดินทางธุรกิจที่กำลังเจรจาต่อสัญญาปี 2027 ระบุว่า Lufthansa กำลังส่งสัญญาณว่า แม้จะมีความวุ่นวายทางแรงงาน แต่สายการบินตั้งใจจะรักษาตำแหน่งในกลุ่มลูกค้าระดับสูงแทนที่จะเน้นปริมาณด้วยการลดราคาลึก การอัปเกรดเหล่านี้จึงอาจเป็นเหตุผลให้ราคาตั๋วในเส้นทางสำคัญ เช่น แฟรงก์เฟิร์ต–นิวยอร์ก และมิวนิก–โตเกียว ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่หลายบริษัทกำลังประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนในการเดินทางพร้อมกัน สายการบินยังยืนยันว่าจะเปิดตัวราคาตั๋ว ‘Economy Basic’ แบบประหยัดในเส้นทางยุโรป โดยจำกัดน้ำหนักกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเหลือเพียงของใช้ส่วนตัว ผู้จัดการนโยบายจึงต้องทบทวนกฎการชดเชยค่ากระเป๋า โดยเฉพาะในกรณีการเดินทางระยะสั้นที่พนักงานมักใช้กระเป๋าลาก สหภาพแรงงานตอบโต้ทันที: UFO ตัวแทนลูกเรือเรียกการลงทุนนี้ว่า “การตกแต่งภายนอก” ที่ไม่ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องตารางงานและบำนาญ ขณะที่สหภาพนักบิน VC เตือนว่าการเพิ่มระดับบริการจะเพิ่มภาระงานและต้องมีการรับประกันจำนวนพนักงาน การเจรจาจะกลับมาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการนัดหยุดงานเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้ผลิตภัณฑ์จะดีขึ้น แต่ความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติการยังไม่สามารถรับประกันได้เต็มที่
แหล่งที่มา: DIE ZEIT / dpa