
กรมตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกงได้เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามเศรษฐกิจเงาในเมือง โดยจับกุมแรงงานผิดกฎหมาย 14 คนและนายจ้าง 6 ราย ในปฏิบัติการสามวันที่ใช้รหัสว่า “Swordfish” ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม เจ้าหน้าที่ได้บุกตรวจสอบสถานที่ 19 แห่ง ตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก บ้านพักคนชรา และเกสต์เฮาส์ ผู้ถูกจับกุม 11 คนเป็นแม่บ้านต่างชาติที่พักอาศัยอยู่กับนายจ้าง แต่ถูกกล่าวหาว่าทำงานพาร์ทไทม์ในงานนวด ทำเล็บ และงานครัว อีกหนึ่งคนเป็นผู้ที่อยู่เกินกำหนด ส่วนอีกสองคนเป็นนักท่องเที่ยวหรือผู้ขอลี้ภัยที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน การกวาดล้างครั้งนี้สะท้อนถึงท่าทีเข้มงวดของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงต่อการละเมิดเงื่อนไขการพำนัก ตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ผู้กระทำผิดอาจถูกจำคุกสูงสุด 2 ปีและปรับ 50,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ขณะที่นายจ้างเสี่ยงถูกจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับหนัก และต้องรับโทษจำคุกภายใต้กฎหมายลงโทษที่เข้มงวดขึ้นในปี 2024 สำหรับบริษัทที่จ้างแม่บ้านเพื่อช่วยเหลือครอบครัวชาวต่างชาติ ข้อความชัดเจนคือ งานของแม่บ้านต้องจำกัดอยู่ในที่พักของนายจ้างที่จดทะเบียน ผู้จัดการฝ่ายความเคลื่อนไหวขององค์กรควรทบทวนการจัดการแม่บ้านสำหรับผู้บริหารระดับสูงและเตือนให้ผู้ถูกส่งไปทำงานทราบว่าแม่บ้านไม่สามารถทำงานนอกสถานที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานพาร์ทไทม์ในสถานประกอบการหรือบ้านเพื่อน ปฏิบัติการนี้ยังส่งสัญญาณถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นกับนักท่องเที่ยวระยะสั้นที่พยายามหางานแบบไม่เป็นทางการ ธุรกิจที่จ้างงานภายนอก เช่น งานทำความสะอาดหรืองานจัดเลี้ยง ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานจากบริษัทเอเจนซี่มีวีซ่าถูกต้องและไม่ได้อยู่ในสถานะผู้รับรองหรือผู้เยี่ยมชม การไม่เก็บสำเนาหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชนฮ่องกง และสัญญาจ้างงานที่ถูกต้องของแม่บ้าน อาจถือเป็นความผิด ด้วยโครงการ Top Talent Pass Scheme และ Capital Investment Entrant Scheme ที่ดึงดูดมืออาชีพต่างชาติเข้ามามากขึ้น ทางการจึงต้องการให้มั่นใจว่าชาวท้องถิ่นจะไม่ถูกเอาเปรียบและเส้นทางการขอวีซ่าที่ถูกต้องได้รับการเคารพ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรเตรียมรับการตรวจสอบสถานที่ทำงานมากขึ้น และตรวจสอบสัญญากับผู้ให้บริการเพื่อยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเคร่งครัด
แหล่งที่มา: GovHK Press Release