
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน มีการแจ้งเตือนลูกค้าจำนวนมากเตือนนายจ้างว่า กฎชั่วคราวของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เรื่อง “ลายเซ็นบนคำร้องขอสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าเมือง” จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2026 แม้กฎนี้จะเผยแพร่ใน Federal Register ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม แต่กำหนดเวลาที่ใกล้เข้ามาได้กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มข้นใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยสำนักงานกฎหมายต่างๆ ได้แจกจ่ายรายการตรวจสอบและเชิญเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ ข้อกำหนดสำคัญ: เจ้าหน้าที่ USCIS อาจปฏิเสธ หรือแม้แต่เพิกถอนคำร้องที่ได้รับแล้ว หากคำร้องนั้นไม่มีลายเซ็นที่ถูกต้อง ลายเซ็นที่ถ่ายเอกสารหรือสแกนจากลายเซ็นจริงยังคงยอมรับได้ แต่ USCIS อาจขอเอกสารต้นฉบับที่มีลายเซ็นหมึกจริงภายหลัง และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมหากพบว่าลายเซ็นไม่ถูกต้องหลังจากรับคำร้องแล้ว เหตุผลที่สำคัญ: นายจ้างที่เคยชินกับการส่งเอกสารด่วนผ่าน FedEx หรือใช้ลายเซ็นดิจิทัลในแบบฟอร์ม I-129 (H-1B, L-1, O-1), แบบฟอร์ม I-140 สำหรับคำร้องขอวีซ่าถาวร หรือแบบฟอร์ม I-485 สำหรับขอใบเขียว ต้องปรับปรุงมาตรการควบคุมเอกสารให้เข้มงวดขึ้น การขาดลายเซ็นเพียงเล็กน้อยหรือผู้ลงนามที่ไม่ได้รับอนุญาต อาจทำให้คำร้องขอการดำเนินการด่วนถูกยกเลิก เกิดช่องว่างสถานะ และต้องยื่นคำร้องใหม่ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง แนวทางปฏิบัติที่แนะนำจากการบรรยายทางกฎหมาย ได้แก่ การจัดเก็บตัวอย่างลายเซ็นของผู้บริหารที่ได้รับอนุญาต การใช้ระบบติดตามลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัยแบบ DocuSign ในกรณีที่อนุญาตให้ใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ และการติดตามคำร้องที่ใช้ลายเซ็นชั่วคราวเพื่อดำเนินการส่งต้นฉบับลายเซ็นหมึกจริงโดยทันที ชาวต่างชาติที่ยื่นคำร้องด้วยตนเอง เช่น กรณี EB-1A หรือ NIW ควรเก็บบันทึกการส่งเอกสารเพื่อยืนยันลายเซ็นทันเวลา เผื่อ USCIS ขอเอกสารต้นฉบับในภายหลังหลายเดือน ก่อนวันที่ 10 กรกฎาคม ควรดำเนินการดังนี้: (1) ตรวจสอบคำร้องร่างและคำร้องที่ยื่นไปแล้วทั้งหมดให้เป็นไปตามข้อกำหนดลายเซ็น (2) ปรับปรุงมติการมอบอำนาจของบริษัทให้เฉพาะผู้มีอำนาจเท่านั้นที่ลงนามในแบบฟอร์มเข้าเมือง (3) ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเกี่ยวกับจุดเสี่ยงที่อาจถูกปฏิเสธ เพื่อป้องกันการขัดข้องในการจัดการงาน
แหล่งที่มา: JD Supra (Mintz Immigration Viewpoints)