
การเดินทางทางอากาศทั่วสหรัฐฯ กลายเป็น “วันแห่งความโกลาหลครั้งที่ 97” ตามที่ฟอรัมการบินเรียกขาน เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม โดยมีเที่ยวบินถูกยกเลิกถึง 1,055 เที่ยว และล่าช้าประมาณ 7,250 เที่ยว ตามข้อมูลจาก FlightAware ก่อนเที่ยงคืน ความวุ่นวายครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในฤดูร้อนนี้ เกิดจากพายุรุนแรง ระบบเชื้อเพลิงล้มเหลวที่สนามบินบอสตัน โลแกน และปัญหาขาดแคลนลูกเรือหลังวันหยุดยาว พายุฝนฟ้าคะนองที่พัดผ่านมิดเวสต์และภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันประกาศอิสรภาพ ทำให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ต้องสั่งจำกัดการบินที่สนามบินชิคาโก โอแฮร์, นิวอาร์ก และฟิลาเดลเฟีย ส่งผลให้การดำเนินงานที่ศูนย์กลางเหล่านี้หยุดชะงักในช่วงที่สายการบินต้องทำงานเต็มกำลังเพื่อตอบสนองความต้องการที่สูงสุด ในบอสตัน ระบบเชื้อเพลิงกลางของสนามบินล้มเหลวในช่วงค่ำ ทำให้ต้องหยุดให้บริการหลายชั่วโมง เครื่องบินหลายลำจอดอยู่โดยไม่มีเชื้อเพลิงและต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังแมนเชสเตอร์และพรอวิเดนซ์ สายการบินอเมริกัน, ยูไนเต็ด และเซาท์เวสต์ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่สายการบินภูมิภาคอย่างเอนเดเวอร์และรีพับลิกก็ประสบปัญหาตารางบินล่มตามมา เนื่องจากเครื่องบินและลูกเรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ผู้โดยสารรายงานว่าต้องรอคิวบริการลูกค้านานถึง 4 ชั่วโมง ห้องพักโรงแรมหายาก และราคาค่าเช่ารถทางเดียวพุ่งสูงขึ้นอย่างมากขณะพยายามหาทางเลือกอื่น ความโกลาหลนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างสองประการ คือ สายการบินสหรัฐฯ มีความจุสำรองน้อยหลังจากลดขนาดองค์กรมาหลายปี และการล่าช้าบนพื้นดินที่เกิดจากสภาพอากาศทำให้สายการบินไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้โดยสาร ทำให้สิทธิของผู้โดยสารจำกัดเพียงการเปลี่ยนเที่ยวบินหรือรับบัตรอาหาร ผู้จัดการเดินทางขององค์กรควรติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด วางแผนวันสำรองรอบการเดินทางสำคัญ และเตือนพนักงานเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกได้เมื่อเกิดความล่าช้านานเกิน 4 ชั่วโมง ทาง FAA ระบุว่าจะตรวจสอบว่าระบบสำรองเชื้อเพลิงของบอสตันเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ขณะที่สายการบินต้องเตรียมปรับโครงข่ายการบินใหม่ในช่วงที่ความต้องการสูงสุดกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8% จากปี 2025
แหล่งที่มา: The Traveler